การตรวจ Dengue plus Chikungunya PCR

                                              

Dengue fever

 

              classical dengue fever, dengue hemorrhagic fever และ dengue shock syndrome ผู้ป่วยไข้เลือดออกเริ่มด้วยอาการไข้สูงเฉียบพลัน ช่วงเวลามีไข้นี้ กินเวลาประมาณ 2-10 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการพบไวรัสเดงกีในกระแสเลือด ที่เรียกว่า viremia ซึ่งเกิดก่อนมีไข้ประมาณ 24 ชั่วโมงปริมาณไวรัสเดงกีในกระแสเลือด อาจอยู่ระดับต่ำหรือสูง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ (strain) ของไวรัส และความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อกำจัดไวรัสนั้น viremia นั้นมักมีระดับสูงสุด เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการ และสามารถตรวจหาไวรัสในกระแสเลือดได้นานประมาณ 2-12 วันการตอบสนองของ การติดเชื้อไวรัสเดงกีในแต่ละครั้จะมี 

         1. Primary infection หรือการติดเชื้อครั้งแรก จะมีการสร้างแอนติบอดีที่จำเพาะต่อไวรัสอย่างช้าๆ และค่อนข้างจำเพาะต่อ serotype ที่ติดเชื้อครั้งแรกนั้น และมีการสร้างแอนติบอดีต่อเดงกีชนิด IgM มากกว่า IgG (มีสัดส่วนของ dengue IgM : IgG สูง) ในช่วงเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์แรกของการติดเชื้อ

         2. Secondary infection เป็นการติดเชื้อเดงกีในผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Flavivirus มาก่อน (อาจจะเป็นเดงกี,ไข้สมองอักเสบเจอี หรืออื่นๆ) การสร้างแอนติบอดีจึงเกิดขึ้นได้เร็ว และแอนติบอดีที่สร้างขึ้นจะไม่จำเพาะต่อ Dengue type ที่ติดเชื้อครั้งที่สองนั้น แต่จะมีอาการ cross reaction กับ dengue serotype อื่นๆ รวมถึงไวรัสที่อยู่ในกลุ่ม Flavivirus ชนิดอื่นด้วย และแอนติบอดีส่วนใหญ่จะเป็น IgG (สัดส่วน dengue IgM:IgG ต่ำ) การเกิด cross reaction ของแอนติบอดีนี้เองที่มีผลทำให้การแปลผลทาง Serology มีกฏเกณฑ์ที่ค่อนข้างยุ่งยาก  รูปแบบของการตอบสนองของระบบแอนติบอดีต่างกัน ดังนี้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นพร้อมกับการลดลงของไวรัสในกระแสเลือด

       Single stranded RNA virus มียุงลาย Aedes aegypti  เป็นพาหะนำโรคมี 4 serotypes คือ DEN1, DEN2, DEN3 และ DEN4 ซึ่งมี antigen ของกลุ่มบางชนิดร่วมกัน ทางทฤษฎีการติดเชื้อเดงกีจึงมีได้ถึง 4 ครั้ง เป็นที่ยอมรับกันว่าการติดเชื้อ serotype หนึ่งแล้ว จะสามารถป้องกันการติดเชื้อ serotype นั้นได้ตลอดชีวิต แต่ป้องกันการติดเชื้อ serotype อื่น ในช่วงระยะสั้นๆ ประมาณ 6-12 เดือนระยะฟักตัวของโรคประมาณ 3-4 วัน (ส่วนใหญ่ประมาณ 2-7 วัน)คนส่วนใหญ่ติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ แต่ผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งจะแสดงอาการ ซึ่งจำแนกเป็นกลุ่มอาการของโรคดังนี้ คือ undifferentiated febrile illness,

                                               

                 
 
            การตรวจวินิจฉัย Dengue plus Chikungunya ทางห้องปฏิบัติการของ GM Lab
 
            เป็นการตรวจ Dengue PCR ด้วยน้ำยาชุดใหม่ Dengue plus Chikungunya  PCR  โดยจะสามารถรายงานผล Dengue ได้ทั้ง 4subtypes ร่วมกับการรายงานผล Chikungunya  PCR ในการตรวจครั้งเดียวกัน โดยยังคงใช้หลักการวิเคราะห์ด้วย real time PCR เช่นเดิม  แต่เนื่องจาก โรคชิคุนกุนยา(Chikungunya) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรคที่มีอาการคล้ายไข้เลือดออกมาก แต่ต่างกันที่ความรุนแรงของโรคเท่านั้น ทั้งยังพบการระบาดได้อยู่ทั่วไปในประเทศไทย การตรวจเลือดด้วยวิธีนี้ จะทำให้เราสามารถแยกโรคไข้เลือดออก ออกจากโรคชิคุนกุนยาได้ทันที จึงทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดของการตรวจวินิจฉัย ทั้งยังสามารถช่วยวิเคราะห์และประเมินระบาดวิทยาได้ ดังรายละเอียดของโรค ชิคุนกุนยา(Chikungunya)ดังต่อไปนี้

 

                                                        อาการและอาการแสดง     

               ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายและอาจมีอาการคันร่วมด้วย ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึงมีการช็อก ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือดออก  ระยะฟักตัว  โดยทั่วไปประมาณ 1-12 วัน แต่ที่พบบ่อยประมาณ 2-3 วัน ระยะติดต่อ จะเป็นระยะที่มีไข้สูง ประมาณวันที่ 2-4 ซึ่งจะป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก มักพบตาแดง (conjunctival injection)แต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว ส่วนใหญ่แล้วในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ ในผู้ใหญ่อาการที่เด่นชัดคืออาการปวดข้อ ซึ่งอาจพบข้ออักเสบได้ โดยเฉพาะส่วนเป็นที่ข้อเล็กๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า อาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้อเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ (migratory polyarthritis)อาการจะรุนแรงมากจนบางครั้งขยับข้อไม่ได้ อาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา และอาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงช็อก ซึ่งแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก อาจพบ tourniquet testให้ผลบวก และจุดเลือดออก (petichiae)บริเวณผิวหนังได้ 

 

 

                          ความแตกต่างระหว่างโรคไขลือดออก DF/DHFกับการติดเชื้อ chikungunya

                 1. ใน chikungunya  มีไข้สูงเกิดขึ้นอย่างฉับพลันกว่าในคนไข้ ที่ติดเชื้อไข้เลือดออกคนไข้จึงมาโรงพยาบาลเร็วกว่าคนไข้ที่ติดเชื้อไข้เลือดออก

                 2. ระยะของไข้สั้นกว่าในเชื้อไวรัสไข้เลือดออก โดยผู้ป่วยที่มีระยะไข้สั้นเพียง 2 วัน พบใน chikungunyaได้บ่อยกว่าในเชื้อไวรัสไข้เลือดออก DF/DHFโดยส่วนใหญ่ไข้จะลงใน 4 วัน

                  3. สามารถพบจุดเลือดได้ที่ผิวหนัง และการทดสอบทูนิเกต์ให้ผลบวกได้เหมือนไข้เลือดออก แต่ส่วนใหญ่จะพบจำนวนทั้งที่เกิดเองและจากทดสอบน้อยกว่าในเชื้อไวรัสไข้เลือดออก DF/DHF

                 4. ไม่พบ convalescent petechial rashที่มีลักษณะวงขาวๆใน chikungunya

                  5. พบผื่นได้แบบ maculopapular rashและ conjunctival infectionใน chikungunyaได้บ่อยกว่าในไข้เลือดออก

                  6. พบ myalgia / arthralgiaใน chikungunyaได้บ่อยกว่าในไข้เลือดออก

                  7. ใน chikungunyaเนื่องจากไข้สูงฉับพลัน พบการชักร่วมกับไข้สูงได้ถึง 15% ซึ่งสูงกว่าในไข้เลือดออกถึง 3 เท่า

              

 

                                                             ระยะเวลาในการรายงานผล

          กรุงเทพและปริมณฑลจะได้ผลการตรวจภายในวันเดียว โดยมีพนักงานเข้ารับสิ่งส่งตรวจวันละ 1-2 รอบ

 

                                                                      Specimens

                                                                           ใช้ Serum หรือ plasma 1-2 ml.