โรคภูมิแพ้ (Allergic Diseases)

                                                       โรคภูมิแพ้  (Allergic Diseases)


            ปัจจุบัน อัตราความชุกของโรคภูมิแพ้ มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยพบอัตราความชุกของโรคหอบหืด และโรคแพ้อากาศในกลุ่มเด็กนักเรียนในเมืองมากขึ้นจากเดิม 2-3 เท่าภายในระยะเวลาเพียง 5 ปีจึงนำไปสู่การศึกษาถึงปัจจัยเสี่ยง(Risk factors) เพื่อจะบอกถึงสาเหตุและการดำเนินการของโรค จนนำไปสู่การรักษาโรคให้ถูกต้อง           

 


 

                                                                            The Allergy March
             โรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม(gene)แล้ว ยังมีอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นของชีวิต เมื่อได้รับสารกระตุ้น จะก่อให้เกิด sensitization ซึ่งทารกสามารถถูกกระตุ้นให้มีการสร้าง anti-IgE ได้ตั่งแต่ในครรภ์เมื่อร่างกายที่ไวต่อการกระตุ้นจากการกินอาหารในวัยเด็ก ถึงแม้เด็กจะยังไม่มีอาการแสดงออกมา หากไม่หลีกเลี่ยง allergen ที่แพ้นั้นก็อาจทำให้มีโอกาศเสี่ยงต่อการแพ้ในระบบทางเดินหายใจตามมาได้เมื่อเด็กโตขึ้น


                                                                          IgE-mediated allergy
          เป็นปฏิกิริยาความไวต่อสารกระตุ้นการแพ้ ทำให้เกิด allergen-specific immunoglobulin E(IgE) antibody หลังจากสัมผัสสารกระตุ้นการแพ้ในสิ่งแวดล้อม ทำให้ mast cellหลั่งสาร histsmine, Leukotrienes,และ prostaglandins ออกมาทำให้เกิดเป็นอาการต่างๆกัน เช่น Shock organ Gastrointestinal linning  Skin    Eyes/nasal mucous   Bronchial linning
Symptom (example) Vomiting(อาเจียน),diarrhea(ท้องเสีย)  Eczema(ผื่นผิวหนัง),urticaria(ลมพิษ)  Rhinoconjunctivitis(ทางเดินหายใจอักเสป)   Wheeze,asthma(หอบหืด)

 

                                     The Most common causes of anaphylaxis


อาหาร : ไข่, นม, ลูกนัท, ถั่ว, พืชมีฝักต่างๆ, ปลา, หอย
ยา : เพนิซิลิน
ยางพารา : โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล หรือด้านสุขภาพ รวมถึงผู้ป่วยที่รับการรักษา
แมลงต่อย : ผึ้ง, ต่อ ,มด

 

                                                     ทำไมจึงต้องตรวจ  allergy?


           จากการศึกษาอย่างต่อเนื่อง พบว่า ในวัยเด็กที่ระบบภูมิคุ้มกันมีความไวต่อสารกระตุ้น ถึงแม้จะมี Immunoglobulin E ในระดับต่ำๆ สามารถทำให้เด็กเหล่านั้นมีพัฒนาการต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ได้ในอนาคต  ความสำคัญของการตรวจ allergy เป็นความจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลและรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อ
             1.  สามารถบอกได้ว่าเด็กเล็กคนใดที่จะมีโอกาศเสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ ในอนาคต
             2. การรักษาเฉพาะโรค อย่างถูกวิธี โดยการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ การรักษาด้วยยาที่เหมาะสม รวมทั้งการรักษาด้วยวัคซีน (Immunotherapy)

 

                                                      การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

             แต่การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการในยุคก่อนใช้การตรวจด้วยวิธีการตรวจ Screening allergen ชนิดต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยีการตรวจยังมี ผลบวกเทียมอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากการตรวจแต่ละครั้งชุดตรวจอาจให้ผลบวกกับ allergen หลายชนิด ซึ่ง allergen หลายชนิด จึงทำให้ ยากต่อการให้คำปรึกษาคนไข้ ว่าสิ่งกระตุ้นใดควรงด สิ่งกระตุ้นใดคือตัวก่อโรคภูมิแพ้ที่แท้จริง

            การตรวจในยุค ปัจจุบันที่ได้รับการยอมรับว่ามีความแม่นยำ และสอดคล้องกับอาการของคนไข้ได้แก่ การตรวจหาระดับของ  Immunoglobulin-E (Specific IgE ) ซึ่งเป็นการตรวจทาง in vitro test ด้วยเครื่องมือที่สามารถให้ผลที่ถูกต้องแม่นยำ โดยใช้หลักการ Immunofluoresence เพื่อความแม่นยำในการตรวจวัด Immunoglobulin-E ซึ่งโดยปกติมีในปริมาณน้อยในร่างกายนอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเพื่อเพิ่ม Capacityของallergen ที่ใช้ในการทดสอบเป็นแบบ 3-dimensioncellulose polymer เพื่อเพิ่มโอกาสในการตรวจจับ IgE-antibody  สามารถใช้ในการวินิจฉัยผล(diagnosis) พยากรณ์ (prognosis)อาการของโรคในกลุ่มที่มีโอกาศเสี่ยงต่อการเป็นโรคและยังช่วย ติดตามการรักษา(follow-up)ได้ โดยได้รับการยอมรับในระดับสากลทั้งองค์กรอนามัยโลก(WHO) และ FDA

 

     ทำการสกัด Allergen Component ที่มีคุณภาพ และมีความครอบคลุมสูงเพื่อนำมาทำเป็นชุดทดสอ

           โดยปกติการสกัดสารที่มาทำเป็น สารทดสอบ(allergon) จะได้มาจาก สิ่งที่มีในธรรมชาติ หรือเป็นพืชที่ปลูกขึ้น แต่ผลการตรวจวินิจฉัยโรค และขบวนการรักษาและป้องกันโรคยังไม่เพียงพอ จึงมีการคิดค้นวิธีการตรวจใหม่ๆขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อแพทย์ได้นำใช้ในการรักษาต่อไป

 


 

                                                     Allergen Component?
               คือการสกัดส่วนประกอบของสารก่อภูมิแพ้(allergen component)ออกมาด้วยขบวนการทางชีวโมเลกุล เราเรียกสารประกอบนี้ว่า Recombinant Proteins.หรือ Purifed antigens ทำให้เราได้ทราบว่า โปรตีนต่างๆทั้งในพืช และสัตว์ มีบางชนิดมีความคล้ายคลึงกันมากจนทำให้ผลการทดสอบ ไม่ตรงกับอาการทางคลินิกได้ ดังนั้นในการตรวจวินิจฉัยทางด้านภูมิแพ้จึงสามารถใช้ allergen-sIgE คู่กับการ ตรวจ recombinant-sIgE

 


             การตรวจวิเคราะห์ทำด้วยเครื่องวิเคราะห์ระดับ  Immunoglobulin-E (Specific IgE ) ชนิดอัตโนมัติ

 

 

 

 

Conversion to positive Dermatophagoides pteronyssinus
IgE values at 5 years of age
Risk indicators at six months of age n. No. %
Specific IgE for egg white      
Positive finding 54 46 85*
Negative finding 54 8 15
Specific IgE for cow'milk      
Positive finding 31 29 94*
Negative finding 77 25 32
Specific IgE for soy      
Positive finding 16 16 100*
Negative finding 92 38 41

 

                                                          มาตรฐานคุณภาพ
         ImmunoCAPTM ยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกับเกณฑ์ขององค์กรอนามัยโลก(WHO)ในระบบการทำงานของ เครื่องมีการควบคุมคุณภาพทั้งภายใน (Internal Quality Control)และกับองค์กรภายนอก(External Quality Assurance)ได้แก่
 Quality Clup Specific IgE
 Quality Clup Total IgE
 Quality Clup ECP
 Quality Clup Elia Autoimmunity

 

                             การตรวจ Immunoglobulin-E  ด้วยเครื่องอัตโนมัติสามารถตรวจอะไรได้บ้าง?

I. สำหรับงานตรวจด้านAllergy

* Immunoglobulin E
    Phadiatop® เป็นการตรวจในเบื้องต้นในผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีการแพ้ในกลุ่ม  common inhale allergens
    Phadiatop®Infant เป็นการตรวจเบื้องต้นในผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีการแพ้ในกลุ่ม common food allergensใช้ตรวจในเด็กที่มีอายุมา
    Total IgE    ใช้สำหรับการตรวจติดตามผลการรักษาโรคภูมิแพ้
    specific IgE ใช้สำหรับการตรวจวินิจฉัยหาชนิดของสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ   

 * Immunoglobulin A
          ใช้สำหรับตรวจหาภาวะตอบสนองในระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งพบได้ในน้ำลาย(saliva) หรือ mucosa

* Immunoglobulin G
            ใช้สำหรับการตรวจหาภาวะตอบสนองต่อระบบภูมิกัน

* Cellular Marker (Asthma and Inflammation)
    ECP(Eosinophil Cationic Protein) ซึ่งหลั่งออกมาจากแกรนูลของ Eosinophil สำหรับตรวจหาภาวะการเกิดหอบหืด(Asthma)

 


II. สำหรับงานตรวจด้าน Auto-immune

*  EliA ในกลุ่มโรค autoimmune
* CCP ใช้ในการวินิจฉัยโรค Rheumatiod arthritis
* ANA/ENA ใช้ในการวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับระบบไขข้อ
* ANCA, GBM ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือด(Vasculitis)
* Celikey, Gliadin ใช้ในการวินิจฉัยโรค Celiac Disease


                                       เรา..สามารถเลือกตรวจ Allergen อะไรได้บ้าง?
 1. Phadiatop® : สำหรับการตรวจการแพ้เบื้องต้นในกลุ่มของการสัมผัส และการสูดสมเอาสารก่อภูมิแพ้ เข้าสู่ร่างกาย ใช้ตรวจในเด็กที่มีอายุมากกว่า 5 ปีจนถึงผู้ใหญ่
 2. Phadiatop® Infant : สำหรับการตรวจการแพ้เบื้องต้นในกลุ่มของการกินอาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้  ใช้ตรวจในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี 
 3. specific-IgE : การตรวจหาชนิดของสารก่อภูมิแพ้ชนิดต่างๆ แบ่งออกเป็นหมวด และ Code ต่างๆ ดังนี้

 


                                                             การรายงานผลเป็นอย่างไร?
                      รายงานผลเป็นปริมาณ(Quantitative)หน่วยที่ใช้ คือ kUA/L ตาม International

 


                                                                    Standardize
 โดยมีความน่าเชื่อถือ        Sensitivity = 89%
                                           Specificity = 91%